นับตั้งแต่มนุษยชาติถือกำเนิดบนโลกใบนี้ ก็ต้องต่อสู้เอาชนะกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่าง ๆ มานักต่อนัก จนหลายคนสังเกตว่า ในทุก ๆ ร้อยปี มนุษย์จะต้องเผชิญกับโรคระบาดครั้งใหญ่ เช่น กาฬโรค พ.ศ. 2263 (1720), อหิวาตกโรค พ.ศ. 2363 (1820), ไข้หวัดใหญ่สเปน พ.ศ. 2461 (1920), ไข้หวัดใหญ่เอเชีย พ.ศ. 2499-2501 (1965-1967) และไข้หวัดใหญ่ฮ่องกง พ.ศ. 2511 (1968)

ไข้หวัดใหญ่สเปน โรคระบาดในปี พ.ศ. 2461 (1920)
The Joi เลยอยากจะชวนทุกคนไปส่อง “12 ไวรัสที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ” จะมีไวรัสที่เพื่อน ๆ รู้จักกันรึเปล่า? ไปดูกันเลย!
1. ไวรัสมาร์บวร์ค (Marburg Virus)
“ไวรัสมาร์บวร์ค” นั้นก่อให้เกิดโรคที่เรียกว่า “ไข้เลือดออกมาร์บวร์ค” เป็นไวรัสที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ มนุษย์และสัตว์สามารถติดเชื้อนี้ได้ โดยมียุงเป็นพาหะนำโรค ผู้ที่สัมผัสเชื้อไวรัสนี้ จะมีอาการป่วยคือ มีจุดแดงขึ้นตามตัวคล้ายกับไข้เลือดออก มีผู้บันทึกว่าพบไวรัสตัวนี้ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2510 ระบาดที่เมืองมาร์บวร์คและแฟรงก์เฟิร์ต ทางเยอรมนีตะวันตกและในเมืองเบลเกรดของยูโกสลาเวีย
2. ไวรัสอีโบลา (Ebola Virus)
“ไวรัสอีโบลา” นั้นเกิดขึ้นและแพร่ระบาดเป็นครั้งแรกในหมู่มนุษย์ที่ประเทศซูดานและคองโก เมื่อปี พ.ศ. 2519 ติดจากการสัมผัสเลือด หรือของเหลวในร่างกายอื่น ๆ หรือเนื้อเยื่อจากคน หรือสัตว์ที่ติดเชื้อ โดยไวรัสอีโบลาสายพันธุ์ซูดานมีความรุนแรงมากที่สุด หากใครได้ติดแล้วมีอัตราการเสียชีวิตมากถึง 71 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ สายพันธุ์บันดิบูเกียว มีอัตราการเสียชีวิตถึง 50 เปอร์เซ็นต์
3. ไวรัสเรบีส์ (Rabies Virus)
“ไวรัสเรบีส์” ก่อให้เกิดโรคที่เราเรียกกันว่า “โรคพิษสุนัขบ้า” หรือบางคนเรียกว่า “โรคกลัวน้ำ” เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายของคน หรือสัตว์ก็ตาม เชื้อไวรัสนี้จะเข้าไปฝังตัวอยู่ในระบบประสาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่สมองและเยื่อหุ้มสมอง ทำให้เกิดอาการป่วยอย่างรวดเร็วจนทำให้เสียชีวิตได้ และที่น่ากลัวที่สุดคือ ปัจจุบันโรคนี้ยังไม่มียารักษาทั้งในคนหรือสัตว์ที่ติดเชื้อไวรัสดังกล่าว มนุษย์พบเชื้อไวรัสนี้ครั้งแรกในช่วงปี พ.ศ. 2463 และพบว่าผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสเรบีส์ในอินเดียและบางส่วนของทวีปแอฟริกามีอาการสาหัส มักไม่พบไรบัสนี้ระบาดในประเทศที่พัฒนา หรือมีความเจริญแล้ว
4. ไวรัสเอชไอวี (HIV)
ไวรัสชนิดนี้ใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก เพราะถูกนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ บ่อยมาก ถึงกับมีละครสะท้อนปัญหา และรับมือดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อ “ไวรัสเอชไอวี” ขึ้นกันเลยทีเดียว เช่น ละครไทยเรื่อง “น้ำพุ” แม้ว่าในปัจจุบันเชื้อไวรัสนี้จะมีทางรักษาให้หายได้แล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ไวรัสเอชไอวียังคงเป็นหนึ่งในไวรัสอันตรายที่คร่าชีวิตคนจำนวนมาก ในช่วงปี พ.ศ. 2523 พบว่าไวรัสเอชไอวีระบาดหนัก มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกจำนวนมาก และคร่าชีวิตคนไปกว่า 32 ล้านคน
5. ไวรัสสมอล์พ็อกซ์ (Smallpox)
ชื่อไวรัสนี้อาจไม่คุ้นหูคนไทยนัก แต่ถ้าบอกว่า รู้จักโรคฝีดาษ หรือไข้ทรพิษรึเปล่า? คงร้องอ๋อกันอย่างแน่นอน เพราะเจ้าเชื้อไวรัสอันตรายที่ชื่อว่า “สมอลล์พ็อกซ์” คือตัวการก่อให้เกิดเลือดออกตามเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ หรือเกิดตุ่มน้ำนูนให้เห็น สำหรับไวรัสสมอลล์พ็อกซ์ พบการระบาดครั้งแรกบนโลกเมื่อปี พ.ศ. 2301 ส่วนประเทศไทย เกิดการระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งคร่าชีวิตคนไทยไปมากกว่า 15,000 คน
6. ไวรัสฮันตา (Hantavirus)
“ไวรัสฮันตา” เป็นกลุ่มของไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะทำ ให้เกิดโรคในคน มีรายงานการพบเชื้อนี้ในครั้งแรกในทวีปอเมริกาเหนือ กลาง และใต้ ในปี พ.ศ. 2536 ทำ ให้เกิดโรคที่ปอดอย่างรุนแรง ส่วนเชื้อที่พบในยุโรปและเอเชียทำ ให้เกิดภาวะเลือดออก ไตถูกทำลาย และเสียชีวิตได้ คนสามารถติดไวรัสนี้ได้จากการหายใจเอาฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนอุจจาระ ปัสสาวะ และน้ำลายของสัตว์ฟันแทะที่มีเชื้อไวรัสฮันตา
7. ไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza)
ไวรัสชนิดนี้เป็นไวรัสของโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งแพร่กระจายโดยการหายใจเอาละอองน้ำมูก น้ำลาย และเสมหะของผู้ป่วยที่ไอ หรือจามเข้าไป รวมถึงการสัมผัสมือและสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ และสามารถกลายพันธุ์ได้เรื่อย ๆ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส “อินฟลูเอนซา” ที่รุนแรงที่สุด เริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2461 โดยมีผู้ป่วยโรคนี้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จากประชากรโลกทั้งหมด และคร่าชีวิตคนทั่วโลกไปกว่า 50 ล้านคน
8. ไวรัสเด็งกี (Dengue Virus)
โรคไข้เลือดออกก็มีที่มาจาก “ไวรัสเด็งกี” นี้แหละ โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค มักพบในประเทศเขตร้อนและระบาดในช่วงฤดูฝนของทุกปี อาการของโรคไข้เลือดออก มีตั้งแต่ไม่มีอาการผิดปกติไปจนถึงเสียชีวิตได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบเชื้อไวรัสนี้ครั้งแรกในประเทศฟิลิปปินส์และไทย เมื่อปี พ.ศ. 2493 ก่อนจะแพร่ระบาดไปทั่วโลก และยิ่งโรคร้อนขึ้น ก็ยิ่งมีอัตราผู้ป่วยจากการติดเชื้อไวรัสเด็งกีมากขึ้นตามไปด้วย
9. ไวรัสโรตา (Rotavirus)
“ไวรัสโรตา” เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีหลายสายพันธุ์ เมื่อเชื้อไวรัสนี้เข้าไปในระบบทางเดินอาหารแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงได้ พบมากในเด็กเล็ก และทั่วโลกมีผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสนี้มากกว่า 25 ล้านคน และเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 2 ล้านคนในแต่ละปี แต่เนื่องจากแต่ละประเทศมีวัคซีนรักษาโรคนี้ จึงทำให้ผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสอันตรานี้ลดลง
10. ไวรัสโคโรนา (SARS-COV)
“ไวรัสโคโรนา” ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มักลุกลามไปสู่ปอดบวม ส่งผลให้ปอดอักเสบและเต็มไปด้วยหนอง หรือที่เราเรียกว่า “โรคซาร์ส” ถูกพบครั้งแรกที่ประเทศจีน เมื่อปี พ.ศ. 2546 ก่อรแพร่กระจายไปยัง 26 ประเทศทั่วโลก ทำให้มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 8,000 ราย ผู้ป่วยโรคนี้มีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 9.6 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคซาร์สรายใหม่ ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2543
11. ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (SARS-COV-2)
“ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” หรือ “SARS-CoV-2” อยู่ในตระกูลไวรัสขนาดใหญ่เดียวกันกับไวรัสโคโรนาที่เอ่ยข้างต้น ถูกรายงานว่าพบครั้งแรกในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อเดือนธันวาคมปี พ.ศ. 2562 การระบาดครั้งแรกทำให้มีการกักตัวในเมืองอู่ฮั่นและเมืองใกล้เคียงเป็นวงกว้าง มีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าและออกจากประเทศ ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้กว่า 262 ล้านคน และเสียชีวิตกว่า 5 ล้านคนแล้วทั่วโลก
12. ไวรัสเมอร์ส-คอฟ (MERS-COV)
“ไวรัสเมอร์ส-คอฟ” หรือที่หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า “เมอร์ส” ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ พบครั้งแรกในตะวันออกกลาง ที่ประเทศซาอุดิอาระเบียในปี พ.ศ. 2555 และในเกาหลีใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2558 จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่าไวรัสนี้พบในอูฐก่อนที่จะติดต่อมายังมนุษย์ ทำให้มีไข้ ไอ และหายใจลำบาก สำหรับไวรัสนี้ ผู้ติดเชื้อไวรัสมีอัตราการเสียชีวิตประมาณ 35 เปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรคนี้
แม้ว่าโรคระบาดร้ายแรงที่เกิดจากการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสทั้ง 12 ตัวนี้ บางโรคจะหายสาบสูญไปแล้ว และบางโรคก็มาตามฤดูกาล และพวกมันก็พัฒนาตัวเองเพื่อความอยู่รอดตลอดเวลาเหมือนกับมนุษย์ ดังนั้น ทุกคนไม่ควรใช้ชีวิตด้วยความประมาท และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ ซึ่งเป็นวิธีป้องกันไวรัสที่ดีที่สุด รวมทั้งฟังคำแนะนำจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขของแต่ละประเทศด้วย
ที่มาข้อมูล: Live Science
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: “หมอธีระ” เผยพบหมา แมว ติดโควิดจากเจ้าของได้ แต่ไม่ติดต่อกลับสู่คน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: “กระชายขาวและฟ้าทะลายโจร” ราคาพุ่ง-ขาดตลาด หลังพบมีฤทธิ์ในการต้านไวรัสโควิด
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง: ญี่ปุ่นสั่งเชือดไก่นับแสนตัว หลังพบโรคไข้หวัดนกระบาดของฤดูหนาวปีนี้