จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ตอนนี้หลายประเทศตื่นตัวและออกมาตรการป้องกัน สำหรับผู้ที่เพิ่งเดินทางไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยงขอความร่วมมือให้กักตัวเพื่อดูอาการไม่ให้เป็นการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นเหมือนข่าวที่เพิ่งออกไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา
ช่วงเวลานี้ ควรที่จะเที่ยวในประเทศไทย ช่วยให้มีเงินหมุนเวียน เป็นการช่วยเพื่อนร่วมชาติ กระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และหากไปเที่ยวประเทศเสี่ยงก็คงจะไม่สนุก อย่างเมืองฮอกไกโด ก็เป็นเมืองที่มีคนติดเชื้อมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
กระทรวงสาธารณสุขจังแนะนำตั้งแต่ต้นว่าขอให้ผู้ที่เดินทางไปประเทศเสี่ยงโรคเลื่อนการเดินทางไปที่ไม่จำเป็นออกไป โดยขณะนี้ประเทศเสี่ยง คือ จีน นับรวม ฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และขยายเพิ่มอีกสองประเทศคือ อิตาลี และอิหร่าน และจับตาเฝ้าระวังใกล้ชิดประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นตลอดเวลา และประเทศเสี่ยงเหล่านี้สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน เพราะปัจจุบันหลายประเทศเริ่มมีการระบาดระยะที่ 3 มากขึ้น

Source: Siamnews
ส่วนผู้ที่เดินททางไปกลับมา ขอให้เฝ้าระวังตัวเองเป็นเวลา 14 วัน งดไปในที่ชุมชน งดใช้ขนส่งสาธารณะ ทันทีที่มีอาการป่วยจะต้องใส่หน้ากากอนามัย รีบไปตรวจที่สถานพยาบาล และจะต้องแจ้งประวัติตามความจริง ห้ามปกปิดข้อมูล เพราะไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ช่วยในการทำงานของเจ้าหน้าที่เลย แต่จะทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปหมด ที่สำคัญในระหว่างการเฝ้าดูตัวเอง ควรต้องจำกัดคนที่จะมาสัมผัสตัวเองให้มีจำนวนน้อนที่สุด อย่าให้เราเป็นต้นเหตุของการที่ทำให้คนที่เรารักป่วย เหมือนกรณีหลานติดจากปู่นี้โดยเฉพาะเมื่อเริ่มมีอาการจะต้องไม่ให้ใครสัมผัสใกล้ชิด
ล่าสุดในโซเชียลก็ได้มีการพูดถึงภาพจากผู้ใช้เฟชบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Nat Thimkrajang ซึ่งเธอได้โพสต์ภาพการกักตัวพ่อแม่ตัวเอง พร้อมระบุว่า พ่อกับแม่กลับจากญี่ปุ่นวันที่ 23 กพ กักตัวตามคำแนะนำจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทย์ พร้อมนัดตรวจคัดกรองผลแล็บบ่ายนี้ ตอนนี้ทุกอย่างปกติ ไม่มีไข้ ไม่มีอาการใดๆทั้งสิ้น พ่อกับแม่พร้อมกักตัวให้ครบตามจำนวนวัน รู้จักรับผิดชอบต่อสังคมและตัวเอง ซึ่งชาวโซเชียลต่างก็เข้ามาแสดงความคิดเห็น ชื่นชมถึงความรับผิดชอบต่อสังคม

Source: Facebook
ถือเป็นตัวอย่างที่ดีที่น่าชื่นชมมากๆเลย